กลูโคซามีน
ความรู้เรื่องโรคต่างๆ สุขภาพ เรื่องทั่วไป

Glucosamine Auswelllife 1500 mg

Glucosamine Auswelllife 1500 mg อาหารเสริม Glucosamine ผลิตจากกระดูกอ่อนของปลาฉลามผ่านกระบวนการผลิตและตรวจสอบจากหน่วยงานระดับสากลที่มีความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนั้นยังเป็นอาหารเสริมที่มีความปลอดภัยสูงได้รับการรับรองและตรวจสอบโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศออสเตรเลีย Therapeutic Goods Administration (TGA) นี่จึงถือเป็นการรับรองมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัยของ อาหารเสริม Glucosamine Auswelllife ได้เป็นอย่างดี Glucosamine Auswelllife Glucosamine Auswelllife อาหารเสริม Glucosamine เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดกระดูกปวดข้อ สำหรับกลูโคซามีนเป็นสารประกอบที่อยู่ระหว่างน้ำตาลกลูโคสและกรดอะมิโนกลูตามีน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างมากระหว่างข้อต่อและเนื้อเยื่อระหว่างกระดูก เช่น บริเวณกระดูกอ่อน น้ำหล่อลื่นในข้อ โดยตามปกติแล้วร่างกายของเราสามารถผลิต Glucosamine ได้เอง แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นหรือร่างกายมีการใช้งานอย่างหนักจนเสื่อมสภาพก็จะทำให้กูโคซามีนผลิตได้น้อยลงจนไม่เพียงพอต่อการใช้งานทำให้เกิดปัญหาปวดข้อปวดกระดูกตามมา ดังนั้นการช่วยให้ร่างกายได้รับกูโคซามีนให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานโดยการรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของกลูโคซามีนก็จะทำให้ร่างกายสามารถนำกลูโคซามีนไปใช้และลดอาการปวดข้อ อาการข้ออักเสบได้เป็นอย่างดี โรคกระดูกเสื่อมกับกลูโคซามีน Glucosamine ประโยชน์ของ Glucosamine ผู้ที่มีปัญหาอาการปวดข้อปวดเข่าต่างๆการรับประทานกลูโคซามีนจะช่วยบรรเทาอาการเหล่านั้นได้ เนื้อเยื่อต่างๆที่ถูกทำลายลงจากการใช้งานและการเสื่อมของเซลล์กลูโคซามีนจะช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อในบริเวณเหล่านั้นให้กระทำงานได้ดีขึ้นตามปกติ กระดูกอ่อนที่อยู่ภายในร่างกายเมื่อมีการใช้งานไปนานขึ้นก็จะเกิดการเสื่อมการสึกหรอซึ่งกระดูกอ่อนปลาฉลามในกูโคซามีนจะสามารถช่วยลดการสึกหรอได้ ช่วยในเรื่องของการปรับสมดุลในกระดูกและในข้อต่อต่างๆของเรา อาการข้อเสื่อมที่เกิดขึ้นสามารถทำให้บรรเทาและช่วยให้ข้อกลับมาทำงานได้อย่างดีขึ้นด้วย Glucosamine ดูราคาโปรโมชั่น Glucosamine
วิธีบํารุงสมอง
ความรู้เรื่องโรคต่างๆ สุขภาพ

10 วิธีบํารุงสมองลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์

วิธีบํารุงสมอง จะเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยทำให้สมองสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพลดภาวะความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคความจำเสื่อม วิธีบํารุงสมอง เหตุผลที่ทำไมเราจึงควรดูแลและบำรุงสมองกันอย่างเป็นประจำนั่นก็เพราะว่าสมองถือเป็นระบบกลไกสำคัญภายในร่างกายที่มีหน้าที่สำคัญในเรื่องของการควบคุมรวมถึงการสั่งการร่างกายทั้งหมด ดังนั้นหากระบบสมองเกิดการทำงานที่ผิดปกติหรือเกิดโรคความจำเสื่อมก็จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน ทั้งนั้นทีมงาน วันเดอร์ฟูลไลฟ์เซ็นเตอร์  ของเราจึงอยากจะแนะนำวิธีบำรุงสมองกับ 10 เคล็ดลับที่มีประโยชน์ 1.การออกกำลังกาย การออกกำลังกาย ถือเป็นหนึ่งในวิธียอดนิยมที่นักวิทยาศาสตร์และแพทย์หลายๆท่านต่างแนะนำ การออกกำลังกายนั้นควรทำอย่างน้อยวันละ 30 นาที ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบสมองรวมถึงหัวใจและก็ปอด 2.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่มีประโยชน์ต่อระบบสมองควรเป็นอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและนอกจากนั้นปริมาณของไขมันรวมถึงโปรตีนต้องพอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป โดยเฉพาะอาหารประเภทที่มีไขมันสูงควรทานปริมาณแต่น้อยเพราะจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ตามมาด้วยเส้นเลือดในสมองแตก 3.ดูแลสุขภาพเป็นประจำ การดูแลรักษาสุขภาพและเข้ารับการตรวจสุขภาพจากแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน เป็นวิธีบํารุงสมองที่จำเป็นเนื่องจากโรคสมองที่เกิดขึ้นมักจะมีสาเหตุใหญ่ๆมาจาก3 โรคที่สำคัญได้แก่ โรคเบาหวาน สภาวะของโรคอ้วน และโรคความดันโลหิตสูง การพบเจออาการความเสี่ยงของโรคร้ายแรงและทำการรักษาอย่างทันท่วงทีก็จะลดความเสี่ยงผลกระทบจากการเกิดโรคสมองเสื่อม และป้องกันไม่ให้สมองถูกทำลาย 4.งดการดื่มสุราและสูบบุหรี่ อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบสมองนั่นคือการดื่มสุรา และการสูบบุหรี่จัด 5.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนนั้นจะช่วยทำให้สมองได้พักผ่อนและผ่อนคลาย โดยตลอดทั้งวันสมองจะมีการทำงานอย่างต่อเนื่องการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงก็จะทำให้สมองฟื้นตัวและทำงานได้ดีขึ้นเมื่อคุณตื่น 6.ดื่มกาแฟ จากงานวิจัยต่างประเทศพบว่าคาเฟอีนที่พบในกาแฟนั้นมีส่วนช่วยในการปกป้องสมองและลดความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์และโรคความจำเสื่อมได้สูงถึง 30-60 เปอร์เซ็น ดังนั้นการดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้วก็จะส่งผลดีต่อระบบสมอง 7.ทานปลาทะเล น้ำมันปลา จากปลาทะเลนั้นถือมีประโยชน์และเป็นอาหารบำรุงสมองอย่างแท้จริง เพราะมีไขมันที่มีประโยชน์เรียกว่า โอเมก้า 3 [...]
โทษของไขมันในร่างกาย
ความรู้เรื่องโรคต่างๆ สุขภาพ

โทษของไขมันในร่างกายมีอะไรบ้าง

โทษของไขมันในร่างกาย เมื่อพูดถึงเรื่องของไขมันเชื่อแน่ว่าหลายคนคงนึกถึงอาหารที่น่ารับประทานทั้งของคาวของหวาน ไม่ว่าจะเป็นข้าวขาหมู ข้าวหมูแดง ขนมเค้กแสนอร่อย ของทอด ฯลฯ อีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าการรับประทานไขมันเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปก็จะเกิดการสะสมของไขมันซึ่งก็จะส่งผลเสียในเรื่องของภาวะความเสี่ยงการเกิดโรคอ้วน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไขมันจะเป็นศัตรูของร่างกายทั้งหมดนั่นก็เพราะว่าจริงๆแล้วไขมันถือเป็นหนึ่งในอาหารหลัก 5 หมู่ที่เราต้องควรรับประทานในแต่ละมื้อ เพราะมีประโยชน์ช่วยในเรื่องของการให้พลังงานการให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังและนอกจากนั้นไขมันยังถือเป็นส่วนประกอบของเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆภายในร่างกาย ซึ่งหาร่างกายขาดไขมันก็จะส่งผลเสียและเกิดโรคอื่นๆตามมา เพียงแต่ในปัจจุบันร่างกายของเราได้รับไขมันมากเกินความต้องการจึงทำให้เกิดการสะสมดังนั้นก่อนอื่นเรามาดูกันว่าแหล่งที่มาของไขมันเท่าได้จากอะไรบ้าง แหล่งที่มาไขมัน ไขมันที่ได้รับมาจากพืช : แหล่งขายมันแบบแรกที่เราได้รับกันในชีวิตประจำวันก็จะได้มาจากน้ำมันพืชสกัดต่างๆไม่ว่าจะเป็น น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันเมล็ดทานตะวันต่าง ๆ ไขมันที่ได้รับมาจากสัตว์ : แหล่งไขมันแบบที่ 2 ที่เราจะได้รับก็จะได้มาจากน้ำมันของสัตว์ซึ่งจะมีข้อแตกต่างคือมีความหนืดและแข็ง ที่เรารู้จักกันดีได้ แก่ น้ำมันหมู โทษของไขมันในร่างกาย 5 โรคร้ายแรง อย่างที่ทราบว่าไขมันถือเป็นอาหารหลัก 1 ใน 5 หมู่ที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากรับประทานมากเกินไปก็จะเกิดการสะสมในร่างกายซึ่งก็จะส่งผลเสียและมีความเสี่ยงการเกิดโรคร้ายแรงเรามาดูกันว่าภาวะไขมันสะสมมากเกินไปจะก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคอะไรกันบ้าง โรคอ้วน สภาวะโรคอ้วนจะเกิดจากการรับประทานไขมันเข้าสู่ร่างกายมากเกินไป เกินกว่าร่างกายจะสามารถใช้ให้หมดได้จึงทำให้ร่างกายนำไขมันที่ได้รับเกินไปสะสมเก็บเอาไว้ซึ่งก็จะก่อให้เกิดสภาวะของน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานหรือโรคอ้วน ซึ่งก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงของโรคคนอื่นตามมาด้วยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคไขมันพอกตับ โรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด อีกหนึ่งโรคร้ายแรงที่มีสถิติคนไทยป่วยและตายกันมากซึ่งเกิดจากการสะสมไขมันในปริมาณที่มากเกินไปส่งผลให้ไขมันเหล่านี้ไปสะสมตามชั้นผิวหนังและบริเวณหลอดเลือด หากเกิดการสะสมมากเกินไปในหลอดเลือดก็จะทำให้การสูบฉีดเลือดที่จะส่งไปเลี้ยงส่วนต่างของร่างกายทำงานได้ไม่สะดวกเกิดการอุดตันขึ้น เมื่อเกิดการอุดตันหัวใจจึงต้องทำการฉีดเลือดให้แรงขึ้นเพื่อที่จะส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายนั่นจึงเป็นสาเหตุที่เกิดโรคหลอดเลือดในสมองแตกได้ โรคมะเร็ง โดยส่วนใหญ่แล้วอาหารที่เรารับประทานและมีไขมันอยู่เป็นปริมาณสูงมักจะได้มาจากอาหารที่ผ่านกรรมวิธีการทอดด้วยน้ำมันไม่ว่าจะเป็น ลูกชิ้นทอด ไก่ทอด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วตามร้านอาหารมักจะใช้น้ำมันที่ผ่านการทอดมาแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า […]

10 อันดับผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
ความงาม ความรู้เรื่องโรคต่างๆ สุขภาพ

10 อันดับผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก ๆ

สำหรับวิตามินซีถือว่าเป็นวิตามิน (Vitamin) อีกตัวนึงที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อร่างกายด้วยสรรพคุณที่ดีและมีประโยชน์ช่วยสกัดโรคหวัด และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และที่สำคัญยังดีต่อผิวพรรณเป็นอย่างมากเพราะวิตามินซีจะทำให้ผิวพรรณของคุณดูเปล่งปลั่งสดใสขาวมีชีวิตชีวา ซึ่งนอกจากการหาวิตามินซีสำเร็จรูปทานแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่ดีที่สุดนั่นคือการรับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานผักและผลไม้จะถือเป็นวิธีทางธรรมชาติที่ร่างกายจะได้รับและนำไปใช้ได้ดีที่สุด สำหรับผลไม้ที่ชื่อเรียกว่ามีวิตามินซีอยู่สูงที่สุดมักจะเป็นผลไม้ที่มีรสชาติเปรี้ยว เรามาดูกันว่า 10 อันดับแรกของผลไม้ที่มีวิตามินซีประกอบอยู่สูงได้แก่อะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้หามาทานกัน มะขามป้อม มะขามป้อม มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica ซึ่งปัจจุบันถูกจัดเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดสระแก้ว สำหรับมะขามป้อมนั้นถือว่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีอยู่สูงมากโดยจากข้อมูลพบว่ามะขามป้อมเพียง 1 ลูก ให้วิตามินซีสูงกว่าวิตามินซีที่สังเคราะห์ถึง 12 เท่า (หรือใน 1 ลูกจะมีวิตามินซีอยู่ถึง 276 mg)  นอกจากนั้นประโยชน์ของมะขามป้อมยังช่วยในเรื่องของการละลายเสมหะ ช่วยในเรื่องของการแก้ไอ มะขามเทศ ผลไม้ชนิดนี้ถูกจัดให้เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีประกอบอยู่สูงเป็นอันดับต้นๆ เช่น เดียวกันและนอกจากที่มะขามเทศจะมีวิตามินซีประกอบอยู่สูงแล้วนั้น เรายังสามารถพบเจอวิตามินอีประกอบอยู่ด้วยซึ่งถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าแปลกใจนั่นก็เพราะว่าวิตามินอีนั้นจะพบเจอในผลไม้ได้ไม่บ่อยนั้นเอง ซึ่งนอกจากจะมีวิตามินซีประกอบอยู่สูงแล้วมะขามเทศเองยังมีเส้นใยอาหารประกอบอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งการรับประทานเป็นประจำก็ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ฝรั่ง เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีวิตามินซีอยู่สูงไม่น่าเชื่อว่าแม่ฝรั่งจะมีรสชาติที่ออกไปทางฝาด ไม่เปรี้ยวแต่กลับพบว่ามีวิตามินซีประกอบอยู่ในปริมาณที่สูง โดยพบว่าฝรั่งสดปริมาณครึ่งลูก จะมีวิตามินซีประกอบอยู่เป็นจำนวนมากถึง 160 mg  แต่สิ่งที่ควรระวังคือฝรั่งจะมีวิตามินซีประกอบอยู่ที่เปลือกดังนั้นหากคุณรับประทานฝรั่งโดยการปอกเปลือกก็จะไม่ได้รับวิตามินซีนะคะ กีวี่ ผลไม้ที่หน้าตาประหลาด ไม่ใช่ผลไม้พื้นเมืองของประเทศไทย แต่มีที่มาจากประเทศจีนนั่นเองด้วยภาษาจีนจะเรียกกันว่า (หมีโหวเถา ) จากนั้นจึงมีการแพร่หลายออกไปนอกประเทศและที่ทำให้กีวี่เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเมื่อประเทศนิวซีแลนด์นำไปปลูกและมีการปรับปรุงสายพันธุ์ขึ้นใหม่ทำให้มีรสชาติที่ดี จนปัจจุบันประเทศนิวซีแลนด์ถือเป็นประเทศผู้ส่งออกกีวี่รายใหญ่ที่สุด สำหรับเนื้อของผลไม้ชนิดนี้จะมีวิตามินซีประกอบอยู่ในปริมาณที่สูงรวมถึงไม่มีกากใยอาหารประกอบไปด้วยปริมาณที่มาก ซึ่งกีวี่ประมาณ […]

โรคตับ
ความรู้เรื่องโรคต่างๆ สุขภาพ

6 สาเหตุสำคัญการเกิดโรคตับและเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง

โรคตับถือเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนไทยไปเป็นจำนวนมากในแต่ละปีและที่สำคัญผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงของการเกิดโรคตับก็จะอยู่ในช่วงอายุ 20-60 ปี ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคตับนั้นมีอยู่หลายสาเหตุและสำหรับโรคตับเองก็ยังแบ่งเป็นลูกย่อย ๆ ได้อีก เช่น โรคไขมันพอกตับ,โรคไวรัสตับอักเสบ,โรคมะเร็งตับ หน้าที่สำคัญของตับจะคอยกำจัดสารพิษและของเสียต่างๆที่อยู่ภายในร่างกายเมื่อใดก็ตามที่ตับของคุณเกิดเสื่อมหรือทำงานผิดปกติก็จะทำให้ร่างกายของเราอ่อนแอลงและเกิดโรคต่างๆดังที่กล่าวมา ลองมาดูกันว่า 9 ตัวการสำคัญที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคตับมีอะไรกันบ้าง พฤติกรรมการนอนดึกตื่นสาย โดยเฉพาะช่วงเวลา 23.00-01.00 น. เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่ตับจะได้ทำการขับสารพิษออกจากร่างกายและฟื้นฟูหากไม่นอนหลับพักผ่อนในช่วงเวลานี้บ่อย ๆ ก็จะทำให้ตับทำงานหนักและมีโอกาสที่จะเสื่อมหรือทำงานผิดปกติขึ้น พฤติกรรมการชอบรับประทานอาหารมากเกินไป ในกรณีนี้คือการรับประทานอาหารเกินพอดีกินแบบตามใจปากทำให้ระบบในร่างกายต้องทำงานหนักเพื่อย่อยอาหารส่วนที่เกินซึ่งก็จะส่งผลเสียต่อการทำงานของตับไปด้วย มีการรับประทานยาปฏิชีวนะเข้าไปภายในร่างกายมากเกินไป ซึ่งตับก็จะทำหน้าที่ในการจัดเก็บสารพิษและสารตกค้างต่างๆจากยาปฏิชีวนะซึ่งเกิดการสะสมมากขึ้นอยู่ด้วยก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคตับตามมานั่นเอง การรับประทานอาหารที่มีสารปรุงแต่งต่างๆ สารกันบูดหรือผงชูรสในปริมาณที่มาก ซึ่งสารทั้งต่างเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายก็จะถือเป็นสารพิษที่ตับจะมีการกำจัดและเก็บสะสมไว้ทางธรรมชาติหาดทานปริมาณที่น้อยก็ไม่ค่อยส่งผลเสียสักเท่าไหร่ แต่ตามปกติจะมีการใส่การจำนวนมากเช่นผงชูรสเพื่อให้รสชาติดีขึ้นซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด พฤติกรรมชอบทานอาหารปิ้งย่าง เช่น หมูกระทะ เนื้อย่าง เป็นต้น ซึ่งกระบวนการปิ้งย่างจะทำให้เกิดสารพิษติดมากับอาหารที่รับประทานและเมื่อเข้าสู่ร่างกายก็จะทำให้ตับทำงานหนักและเกิดการสะสมของสารพิษ พฤติกรรมที่ชอบการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ โดยเหล้าเบียร์ไวน์ต่างๆเหล่านี้เมื่อดื่มเข้าสู่ร่างกายธรรมชาติของตับก็จะถือว่าเป็นสารพิษที่จะต้องมีการกำจัดจัดเก็บเพื่อไม่ให้เข้าไปสู่ร่างกายจนแก่อันตรายเมื่อตัดต้องทำงานหนักจะบริกรรมการดื่มเป็นประจำก็ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับตับตามมาที่เราได้ยินกันบ่อยบ่อยนั่นก็คือ โรคตับแข็ง แม้ว่าหลายสาเหตุที่กล่าวมาจะเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการใช้ชีวิตประจำวันรวมถึงพฤติกรรมการรับประทานที่ติดเป็นนิสัย แต่หากทราบถึงสาเหตุและพยายามหลีกเลี่ยงรวมถึงลดลงถ้าเป็นไปได้ก็จะช่วยทำให้ตับทำงานน้อยลงยืดอายุการเสื่อมของเซลล์ตับซึ่งก็จะทำให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงยืนยาวขึ้นนั้นเองและที่สำคัญการนอนหลับและพักผ่อนให้เพียงพอโดยเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องขับสารพิษและบำรุงตัวเองในช่วงเวลา 23.00-01.00 จึงถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นที่เราควรจะต้องช่วยตับด้วย ท้ายนี้นอกจากการดูแลตัวเองแล้วการหาวิตามินอาหารเสริมที่มีคุณสมบัติช่วยในการบำรุงและเสริมสร้างการทำงานของตับให้มีความแข็งแรงก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เราจะต้องหามาเสริม แนะนำกะปิ 1 ตัวคือวิตามินดีท็อกตับนำเข้าจากประเทศออสเตรเลียได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศออสเตรเลีย ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับโลก มีคุณสมบัติดีในเรื่องการบำรุงตับดีท็อกตับและขับสารพิษ ดีท็อกตับ (detox) คลิ๊ก ++++
Liver Tonic
ความรู้เรื่องโรคต่างๆ สุขภาพ

สมุนไพรดีท็อกตับ Liver Tonic

สมุนไพรดีท็อกตับ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการล้างพิษในตับเพื่อทำให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงการเกิดโรคร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับตับไม่ว่าจะเป็น ไขมันพอกตับ ไวรัสตับอักเสบ และโรคตับคนอื่น  ๆ ทางเลือกหนึ่งที่ดูจะได้รับความนิยมอย่างสูงเพราะมีความปลอดภัยสูงและไม่มีผลข้างเคียงจากการใช้นั่นคือการดีท็อกด้วยสมุนไพร ซึ่งในตอนนี้เองก็มีสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีในเรื่องของการล้างพิษในตับอยู่หลายชนิด แต่สมุนไพรที่ดูจะได้รับความนิยมรวมถึงมีงานวิจัยจากสถาบันในต่างประเทศรองรับ ว่ามีสรรพคุณดีอย่างมากที่ช่วยในการกำจัดสารพิษในตับ สมุนไพรดีท็อกตับชนิดนั้นก็ คือ  ต้นมิลค์ทิสเทิล (milk thistle) มิลค์ทิสเซิล (milk thistle) สำหรับสมุนไพรจากต้น milk thistle นี้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Silybum ซึ่งจะมีสายพันธุ์ที่อยู่เหนือไปและเรารู้จักกันดีนั่นก็คือ วงค์ของทานตะวัน (พืชที่มีดอก)  ซึ่งถือว่าเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดไม่ได้อยู่ในประเทศไทยเพราะสามารถพบเจอได้เฉพาะในแถบเมดิเตอร์เรเนียน แต่ในปัจจุบันก็มีการแพร่หลายเข้ามาในยุโรปและอเมริกา ซึ่งโดยปกติแล้วเจ้าสมุนไพรมิลค์ทิสเซิลนี้ในต่างประเทศจะนิยมนำก้านและใบอ่อนมาประกอบเป็นอาหาร เช่น สลัด และสำหรับในส่วนของเมล็ดจะนิยมนำมาใช้เพื่อรักษาโรค ประโยชน์ของสมุนไพร มิลค์ทิสเซิล (milk thistle) ออกฤทธิ์ดีในเรื่องของการต่อต้านอนุมูลอิสระ มีสารที่ช่วยยับยั้งการสร้าง Superoxide และ Hydrogen peroxide ที่อยู่ภายในเม็ดเลือดขาว สามารถทำงานร่วมกันกับวิตามินอีได้เป็นอย่างดีในการช่วยกำจัดอนุมูลอิสระต่างๆที่ปรากฏขึ้นในตับ มีประโยชน์ช่วยในการเพิ่มปริมาณ กลูต้าไธโอน ในร่างกายซึ่งเป็นสารที่ร่างกายใช้ในการขจัดสารพิษต่างๆ ช่วยในการสร้างเซลล์ตับ มีฤทธิ์ในการต้านอาการอักเสบ ออกฤทธิ์ช่วยในการปกป้องตับจากสารพิษต่างๆที่เกิดขึ้น มีส่วนช่วยในการต้านเซลล์มะเร็งและยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งภายในร่างกาย มีส่วนสำคัญช่วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย สมุนไพรดีท็อกตับ ตัวนี้เหมาะกับผู้ป่วยโรคใด ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบ […]

ความรู้เรื่องโรคต่างๆ สุขภาพ

ดีท็อกตับ auswelllife

การดีท็อกตับเป็นวิธีการที่ดีเพื่อช่วยในการฟื้นฟูการทำงานของตับให้กลับมามีประสิทธิภาพดีเนื่องจากตับของเรามีการทำงานอย่างหนักในแต่ละวันเพื่อที่ขจัดสารพิษสะสมต่าง ๆ ในร่างกายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับประทานอาหารปิ้งย่างที่มีสารพิษสะสม การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือผู้ที่มีอาการแพ้ยาต่าง ๆ ดังนั้นหากใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับก็มักจะสังเกตอาการได้ไม่ยากโดยส่วนใหญ่เราจะพบว่าผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับมักจะมีผิวพรรณที่แห้งกร้าน ผิวพรรณมักจะมีความหมองคล้ำไม่มีน้ำมีนวล นั่นเพราะระบบการกำจัดสารพิษในร่างกายที่ตับเป็นหัวใจหลักของการทำงานไม่สามารถขับสารพิษได้ตามปกตินั่นเอง … การดีท็อกตับช่วยอะไร การดีท็อกตับนั้นจะช่วยขับสารพิษที่สะสมอยู่ในตับล้างตับให้สะอาดขึ้น ช่วยลดการสะสมไขมันที่อยู่บริเวณเนื้อตับซึ่งเป็นความเสี่ยงของการเกิดโรคไขมันพอกตับนั่นเอง ช่วยดูแลและปกป้องตับลดความเสี่ยงที่จะเกิดการสะสมสารพิษในอนาคต การดีท็อกตับจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์ดีท็อกตับนั้นจะมีส่วนผสมที่สำคัญตัวหนึ่งที่เรียกว่าสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ผู้ที่ทานแอลกอฮอล์เป็นประจำการดีท็อกตับจะลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆที่เกี่ยวกับตับได้ ดีท็อกตับ Auswelllife Auswelllife Thailand เป็นผู้นำผลิตภัณฑ์วิตามินอาหารเสริมดีท็อกตับ โดยปัจจุบันทางบริษัทได้ทำตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดีท็อกตับในชื่อ Auswelllife Liver Tonic 35000 mg ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สุดในท้องตลาดมีการผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานระดับโลก มีแหล่งผลิตและได้มีการผลิตจากประเทศออสเตรเลีย นอกจากนั้นยังได้การรับรององค์การอาหารและยาของประเทศออสเตรเลียเพื่อการันตีคุณภาพความปลอดภัย ดีท็อกตับ Auswelllife Liver Tonic 35000 mg จะมีส่วนผสมหลักที่มีคุณภาพและดีต่อการดีท็อกตับอยู่ 2 ตัวหลักด้วยกัน ประกอบไปด้วย ต้นมิลค์ทิสเทิล ถือเป็นสารประกอบในผลิตภัณฑ์ตัวนี้ที่มีความสำคัญอย่างมากและได้รับการยอมรับในทางการแพทย์ว่ามีสรรพคุณดีช่วยในการต้านอนุมูลอิสระรวมทั้งยังมี L คุณสมบัติช่วยในการปกป้องเซลล์ตับไม่ให้ถูกทำลาย สารไซลิมาลิน สำหรับสารประกอบอีก 1 ตัวที่มีการคัดเลือกและวิจัยพบว่าสารตัวนี้ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นการสังเคราะห์โปรตีนรวมทั้งยังมีส่วนสำคัญที่ช่วยปกป้องการเสื่อมสภาพของกลูต้าไธโอน ซึ่งถือได้ว่ากลูต้าไธโอนนั้นมีหน้าที่หลักที่ช่วยให้ร่างกายขจัดสารพิษตกค้างได้เป็นอย่างดี ประโยชน์อีกหนึ่งอย่างของสารไซด้วยมารีนคือช่วยทำให้ตับแข็งแรงและยืดระยะเวลาการเสื่อมสภาพของเซลล์ตับให้ทำงานได้ยาวนานขึ้น ซึ่งด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่มีสรรพคุณดีช่วยส่งเสริมการทำงานและปกป้องตับทำให้ผู้ที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคตับต่างๆการรับประทาน ดีท็อกตับ Auswelllife Liver […]

ริมผีปากดำ
ความงาม ความรู้เรื่องโรคต่างๆ

ปากดำทำอย่างไร

ปากดำ เรื่องความมั่นใจเป็นสิ่งที่คู่กับคุณสาวๆและคุณหนุ่มๆแน่นอนเพราะหากเรามีความมั่นใจจะทำอะไรมันก็ดีไปเสียหมด อีกหนึ่งปัญหาที่กวนใจสำหรับคนรักสวยรักงามนั่นคือริมฝีปากที่มีสีดำและคล้ำซึ่งหากไม่ได้ใช้ลิปสติกก็คงถึงกลับไม่กล้าออกจากบ้านกันเลยทีเดียว ปากดำ โดยปกติแล้วริมฝีปากดำจะสามารถเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุด้วยกันทั้งสาเหตุที่เกิดจากทางด้านพันธุกรรมที่เป็นมาตั้งแต่เกิดและสาเหตุจากการใช้ชีวิตประจำวันที่มีความเกี่ยวข้องกันเดี๋ยวเราลองมาดูกันดีกว่านะคะ ว่าสาเหตุที่ทำให้ริมปากของเราดำนั้นมีอะไรกันบ้างและเราจะเรียกกันได้อย่างไร กรรมพันธุ์ สาเหตุหลักอันดับต้นเลยสำหรับคนที่มีปัญหาริมฝีปากดำนั่นคือการเกิดจากกรรมพันธุ์ที่เป็นมาตั้งแต่เกิดซึ่งเป็นขณะการถ่ายทอดยีนจากรุ่นสู่รุ่น อายุที่เพิ่มขึ้น สำหรับผู้ที่สังเกตว่าเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นริมฝีปากก็เริ่มคล้ำตามไปด้วยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการบกพร่องของยีนต์และเม็ดสี พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยส่วนใหญ่แล้วพฤติกรรมการใช้ชีวิตในประจำวันก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากดำคล้ำขึ้นเช่นการที่ชอบเลียริมฝีปากบ่อยๆ หรือผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ จากแสงแดด สำหรับแสงแดดนั้นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีส่วนทำให้ริมฝีปากดำคล้ำขึ้นเพราะเมื่อริมฝีปากถูกแสงแดดเป็นเวลานานๆก็จะทำให้เกิดอาการปากดำคล้ำขึ้น มีอาการแพ้ลิปสติก หลายท่านที่มีปัญหาอาการแพ้ลิปสติกหรือเกิดจากการใช้ลิปสติกที่ไม่ได้คุณภาพซึ่งอาการแพ้นี้จะเป็นสาเหตุทำให้ปากดำขึ้นในบางรายที่แท้มากอาจทำให้เกิดมะเร็งและแผลลุกลาม ผู้ที่แพ้ยาบางชนิด อีกหนึ่งสาเหตุที่สามารถทำให้ปากดำและคล้ำขึ้นได้นั่นคือผู้ป่วยที่แพ้ยาบางชนิดอย่างรุนแรง เช่น ยารักษาเชื้อราหรือยาที่เกี่ยวข้องกับโรคภูมิแพ้ อื่น ๆ เช่น ผู้ป่วยที่เป็นโรคเฉพาะทางบางชนิดหรือผู้ที่มีอาการป่วยเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับเลือด วิธีแก้ปากดำทำอย่างไร วิธีการที่ง่ายที่สุดในการดูแลและฟื้นฟูสภาพของริมฝีปากที่ดำให้กลับมาอมชมพูดูมีชีวิตชีวาตามธรรมชาติเราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทราบสาเหตุของริมฝีปากดำคล้ำก่อนซึ่งทั้งนี้และทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยแนะนำให้ใช้วิธีการสังเกตตามหัวข้อที่เราแนะนำเมื่อเราได้สาเหตุของการเกิดปัญหาริมฝีปากดำแล้วก็ให้หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้ปากดำ นอกจากนั้นยังมีวิธีการอื่นๆเสริมที่จะช่วยทำให้ริมฝีปากของคุณกลับมาอมชมพู การดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ ใช้แปรงสีฟันถูบริเวณริมฝีปากเพื่อลอกเซลล์ผิวที่ดำคล้ำนั้นออก การใช้สครับบริเวณริมฝีปากเพื่อลอกเซลล์ผิว ใช้ลิปแก้ปากดำที่ได้มาตรฐาน เช่น ลิปแก้ปากดํา v2 ซึ่งเหล่านี้จะเป็นแนวทางในการฟื้นฟูสภาพริมฝีปากให้กลับมาสวยสดใสสมวัยและไม่ต้องสูญเสียความมั่นใจเมื่อไม่ได้ทาลิปสติกเหมือนเมื่อก่อน  

โรคตับ
ความรู้เรื่องโรคต่างๆ สุขภาพ

โรคตับปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค

โรคตับถือว่าเป็นอีกหนึ่งโลกที่มีแนวโน้มคนไทยเป็นกันมากขึ้นด้วยเรื่อยๆ สาเหตุของการเกิดโรคตับนั้นมีอยู่หลายสาเหตุด้วยกันไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพฤติกรรมการการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือการแพ้ยาบางตัว รวมถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบสุกๆดิบๆ ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคตับในปัจจุบันโรคตับที่คนไทยเป็นการบ่อยมากที่สุด 4 อันดับแรกคือ โรคตับอักเสบ โรคมะเร็งตับ โรคตับแข็ง โรคไขมันพอกตับ โดยปกติแล้วโรคตับสามารถเป็นกันได้ในทุกเพศทุกวัยซึ่งแม้แต่เด็กแรกเกิดจนกระทั่งผู้สูงอายุก็สามารถเป็นกันได้ แต่ตามสถิติแล้วโรคตับมักจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง นั่นก็เพราะว่าเพศชายมีแนวโน้มการดื่มแอลกอฮอล์สูงกว่าเพศหญิง ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคตับ อย่างที่ได้ทราบกันในเบื้องต้นแล้วว่าโรคตับมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยด้วยกันแต่เราลองมาดูปัจจัยที่สำคัญที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคตับกันมากที่สุดว่ามีอะไรกันบ้าง การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ถือเป็นสาเหตุการเกิดโรคตับมากที่สุดเป็นอันดับ 1 การรับประทานอาหารสุกๆดิบๆที่มีพยาธิ เป็นสาเหตุการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบ โรคอ้วนและโรคเบาหวาน ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความอ้วนและโรคเบาหวานจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคไขมันพอกตับ การแพ้ยาหรือเกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาในบางชนิดซึ่งมีสารพิษก็เป็นเองสาเหตุการเกิดโรคตับ ผู้ที่มีอาการแพ้ภูมิต้านทานตนเองก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีความเสี่ยงการเกิดโรคตับ ผู้ที่ชอบสักตามร่างกายหรือการเจาะ หาเครื่องมือที่ใช้ในการสักและเจาะไม่มีความสะอาดมากเพียงพอก็จะมีความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบได้ ผู้ที่ได้รับบริจาคเลือด จากกลุ่มคนที่เป็นโรคตับหรือไวรัสตับ อื่นๆ เช่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน , การนิยมรับประทานอาหารที่แปลก เช่น เห็ดพิษ เป็นต้น อาการโรคตับ โดยทั่วไปการเกิดโรคตับจะมีอาการที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสาเหตุการเกิดโรคแต่โดยทั่วไปแล้วมักจะมีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งเราสามารถสังเกตอาการผู้ที่ป่วยเป็นโรคตับได้ดังนี้ มีอาการเจ็บบริเวณชายโครงทางด้านขวา หรือบริเวณท้องทางด้านขวาช่วงบนซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ ผู้ป่วยโรคตับจะมีอาการอาเจียนและคลื่นไส้รวมถึงยังมีอาการเบื่ออาหารและร่างกายอ่อนเพลีย มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อและอาหารไม่ย่อยเป็นประจำ ผู้ป่วยโรคตับมักจะมีจุดสังเกตคือตัวและตาเหลือง ซึ่งก็หมายถึงโรคดีซ่านนั่นเอง มีปัสสาวะสีเหลืองเข้มแบบผิดปกติและอุจจาระก็จะมีสีที่ซีด ท้องจะโตแบบผิดปกติเพราะมีน้ำในท้องมากหรือภาษาชาวบ้านที่เรียกกันว่าท้องมาน รวมถึงเท้าก็จะบวม หากอาการเข้าขั้นวิกฤตก็จะสังเกตว่าลมหายใจของผู้ป่วยโรคตับจะมีกลิ่นออกหวาน ซึ่งถือว่าเป็นกลิ่นของสารที่ตกค้างในร่างกายและนอกจากนั้นจะมีอารมณ์ที่แปรปรวน ทั้งเท้าและมือจะเกิดอาการสั่นและกระตุก แนวทางการดูแลรักษาตัวเอง สำหรับวิธีการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคตับจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจเช็คจากแพทย์อย่างละเอียดเพื่อรักษาตามอาการของโรคและเราจากนั้นผู้ป่วยต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และต้องมีการเข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอแม้จะมีอาการดีขึ้นแล้วโดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบ […]

อาหารบำรุงสายตา
ความรู้เรื่องโรคต่างๆ สุขภาพ

ผักผลไม้บำรุงสายตา

สายตาถือว่าเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกายและมีการใช้งานกันบ่อยถ้าเกิดปัญหาเกี่ยวกับดวงตาคงจะเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อย การดูแลบำรุงรักษาดวงตาให้ดีอยู่เสมอถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากบทความนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับผักและผลไม้ที่มีสรรพคุณดีช่วยบำรุงสายตาช่วยในการมองเห็นลดอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อต่างๆ ลองมาดูว่ามีอะไรกันบ้าง อาหารบำรุงสายตา ผักบุ้ง อันดับ 1 เลยที่เราเคยยิงกันมาตั้งแต่เด็กว่าผักบุ้งถือเป็นผักที่ดีต่อสายตาช่วยในการมองเห็นนอกจากนั้นผักบุ้งยังช่วยทำให้อาการปวดตาทุเลาลงซึ่งผักบุ้งนั้นถือว่ามีวิตามินอยู่หลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นวิตามิน  A หรือวิตามินซี นอกจากนั้นยังมีสารที่เรียกกันว่า เบต้าแคโรทีน ที่ช่วยในการป้องกันสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดีและยังมีเงินแร่และแร่ธาตุต่างๆอีกเป็นจำนวนมากและที่สำคัญผู้ที่ทานผักบุ้งก็ไม่ก่อให้เกิดอาการของโรคอ้วนอีกด้วย แครอท แครอทนอกจากจะเป็นผักที่ดีการบำรุงผิวแล้วยังถือว่ามีสารเบต้าแคโรทีนอยู่เป็นจำนวนมากและวิตามินอื่นๆอีกหลายชนิดโดยเฉพาะวิตามินเอที่มีสรรพคุณช่วยในการบำรุงรักษาตารวมทั้งยังมีการสร้างภูมิคุ้มกันต่างๆรวมถึงสารที่ป้องกันการก่อมะเร็ง ตำลึง สำหรับตำลึงถือได้ว่าคนไทยนิยมนำมารับประทานโดยเฉพาะทำมาเป็นแกงจืดตำลึงรับประโยชน์ของตำลึงถือได้ว่ามีคุณค่าทางสารอาหารสูงมากและยังมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณที่สูงซึ่งมีส่วนช่วยในการกรองแสงแดดให้กับดวงตาของเรานั่นเองนอกจากนั้นก็ยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งได้เป็นอย่างดี ผักคะน้า สำหรับผักคะน้าจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ในปริมาณที่สูงและยังมีวิตามินซีรวมถึงเบต้าแคโรทีนซึ่งจะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนกลับมาเป็นวิตามินเอเพื่อใช้ในการบำรุงสายตา ฟักทอง ต้องแนะนำเลยสำหรับฟักทองเพราะมีประโยชน์อย่างดีสำหรับดวงตาช่วยในการป้องกันการเสื่อมของจุดหรือแสงสีเรตินาหรือเรียนตานอกจากนั้นยังมีวิตามินเออยู่สูงและยังช่วยในการบำรุงผิวพรรณและระบบย่อยอาหารต่างๆอีกด้วย มะม่วงสุก อีกหนึ่งผลไม้ที่มีประโยชน์อย่างสูงเพราะอุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินซี และใยอาหารต่างๆช่วยบำรุงสายตาและช่วยในการบำรุงผิวพรรณ มะละกอ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามะละกอนั้นมีสรรพคุณช่วยในการบำรุงสายตาแม้ว่าหลายคนจะชอบกินส้มตำก็ตาม เพียงแต่ประโยชน์จากมะละกอที่ช่วยในการบำรุงสายตาจะต้องเป็นมะละกอที่สุดเท่านั้นเพราะมะละกอสุกจะมีสารเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอประกอบอยู่สูงช่วยในการบำรุงสายตารวมถึงต้านอนุมูลอิสระ รู้อย่างนี้แล้วการดูแลสุขภาพรักษาดวงตาด้วยการหาผักผลไม้ที่มีประโยชน์มีวิตามินเอสูงก็จะช่วยในการลดความเสื่อมของจอประสาทตาลงได้ทำให้เรามีดวงตาที่สดใสอยู่คู่กับเราไปได้อีกนานๆ