ความรู้เรื่องโรคต่างๆ

เบาหวาน

โรคเบาหวาน ทางการแพทย์จะใช้ว่า Diabetes Mellitus: DM, Diabetes ถือเป็นโรคที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมหากคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคนี้มาก่อนก็อาจจะมีการถ่ายทอดมายังบุตรหลานและคนในครอบครัว นอกจากโรคนี้มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแล้วปัจจัยอื่นที่มีความเสี่ยงก่อให้เกิดโรคเบาหวานก็ยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันการรับประทานอาหารรวมอยู่ด้วย เช่น คนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน คือคนที่มีประวัติเกี่ยวกับไขมันในเลือดสูงรวมหรือผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกายก็จะถืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรค เช่น เดียวกัน

โรคเบาหวาน

ซึ่งโรคนี้หรือว่าทั่วโลกให้ความสำคัญมีการรณรงค์การในวงกว้างถึงขนาดที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้มีวันเบาหวานโลก  (14 พ.ย ของทุกปี) ในปัจจุบันประเทศไทยมีการตื่นตัวรณรงค์เกี่ยวกับโรคเบาหวานอย่างต่อเนื่องแต่จากสถิติในปีที่ผ่าน ๆมากลับพบว่าจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคกลับมีสูงขึ้นไม่ได้ลดลงอย่างที่ควรจะเป็น

เบาหวาน

โรคเบาหวานมีกี่ประเภท

โรคเบาหวานสาเหตุนั้นจะเกิดมาจากความผิดปกติของร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน (อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมัน) ซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งานของร่างกาย ทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดมีปริมาณสูง หรืออธิบายง่าย ๆ คือร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานตามเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างเหมาะสมเมื่อไม่สามารถนำไปใช้งานได้อย่างเหมาะสมก็จะทำให้เกิดน้ำตาลในกระแสเลือดเกินความต้องการ ซึ่งผลเสียของการที่มีน้ำตาลอยู่ในกระแสเลือดปริมาณที่สูงอย่างต่อเนื่องในระยะยาวก็จะส่งผลต่อสภาวะหลอดเลือดถูกทำลายซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาและการดูแลอย่างถูกวิธีก็จะทำให้เกิดสภาวะแทรกซ้อนต่างๆเกิดขึ้นซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิต

ลองนึกภาพหลอดเลือดเราเป็นหลอดดูดน้ำ … และเลือดของเราเป็นน้ำ ในสภาวะปกติการที่เราดูดน้ำจากหลอดก็จะสามารถดูดขึ้นมาได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องใช้แรงอะไรมาก แต่สภาวะของโรคเบาหวานจะเหมือนกับเรากำลังใช้หลอดดูดน้ำปกติ มาดูดน้ำผึ้ง … จะสังเกตได้ว่าจะดูดขึ้นยาก ต้องใช้แรงในการดูดมากขึ้น อาการของโรคเบาหวานที่เกิดจากน้ำตาลในเลือดสูงก็จะเป็นลักษณะที่คล้ายกันคือต้องอาศัยระบบการทำงานจากหัวใจเพื่อปั๊มให้แรงดันทำงานเพิ่มมากขึ้นเพราะในกระแสเลือดมีความหนืดของน้ำตาลอยู่นั่นเองซึ่งการปล่อยไว้ในระยะยาวจะส่งผลเสียอย่างมาก หลังจากที่เราได้ทราบถึงสาเหตุของโรคเบาหวานกันแล้วต่อมาเรามาดูว่าโรคเบาหวานเองแบ่งเป็นกี่ประเภท

  • ประภทที่ 1

สำหรับการเกิดโรคเบาหวานแบบที่ 1 จะเกิดจากความผิดปกติของร่างกายอันจะทำให้ตับอ่อนของเราเกิดอาการขาดภูมิคุ้มกันซึ่งจะทำให้ตับอ่อนของเราถูกทำลายได้ง่าย นั่นก็หมายถึงฮอร์โมนอินซูลินที่ถูกผลิตตามธรรมชาติในร่างกายก็จะไม่สามารถผลิตได้ (เพราะอินซูลินจะถูกผลิตจากตับอ่อนนั่นเอง) ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานแบบที่ 1 จำเป็นต้องได้รับการฉีดอินซูลิน เข้าไปแทนอินซูลินตามธรรมชาติของร่างกายเพื่อช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

  • ประเภทที่ 2

สำหรับการเกิดโรคเบาหวานในแบบที่ 2 นี้ถือเป็นผู้ป่วยที่พบมากที่สุดซึ่งสาเหตุจริงๆนั้นทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนแต่คาดการณ์กันว่ามีความเกี่ยวข้องกันกับเรื่องของ พันธุกรรมและความอ้วนรวมถึงการขาดวินัยในการออกกำลังกาย และสุดท้ายคืออายุที่เพิ่มขึ้น สำหรับประเภทสองนั้นจะมีความแตกต่างจากแบบแรกแต่ก็ไม่มาก คือ ในแบบแรกการผลิตฮอร์โมนอินซูลินถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิงเพราะตับอ่อนถูกทำลาย  แต่ในแบบที่ 2 การผลิตฮอร์โมนอินซูลินยังคงทำงานและผลิตอินซูลินอยู่ เพียงแต่จะทำงานไม่เป็นไปตามปกติซึ่งเป็นอาการที่เซลล์ที่ช่วยในการสร้างอินซูลินค่อยๆถูกทำลายจากนั้นก็เริ่มมีสภาวะแทรกซ้อนของโรค โดยวิธีการรักษาและดูแลแบบที่ 2 จะใช้วิธีการรับประทานยาร่วมกับการใช้อินซูลินแบบฉีดเพื่อใช้ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยแนวทางปฏิบัติจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์แล้วแต่กรณีของผู้ป่วย

โรคเบาหวาน

แนวทางการวินิจฉัยโรค

เมื่อคุณเข้าไปพบแพทย์เพื่อขอตรวจโรคเบาหวานแพทย์จะมีขั้นตอนในการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดหลายวิธีโดยหลักหลักแล้วจะได้แก่

  • การสุ่มตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (เวลาไหนก็ได้) Random/Casual Plasma Glucose Test
  • การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังจากผู้ตรวจงดอาหารมาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงแล้ว FPG
  • การตรวจระดับน้ำตาลแบบเฉลี่ยที่สะสมหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Hemoglobin A1c: HbA1c
  • การตรวจโดยใช้การทดสอบการตอบสนองของฮอร์โมนอินซูลินที่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด OGTT

โรคเบาหวาน สาเหตุ

อย่างที่ได้ทราบกันในเบื้องต้นแล้วว่าโรคเบาหวานสาเหตุนั้นสามารถเกิดขึ้นไม่ได้จากหลายสาเหตุด้วยกันซึ่งปัจจัยหลัก ๆ ก็จะเกิดจากกรรมพันธุ์จากทั้งฝั่งพ่อและทางฝั่งแม่ก็ได้ซึ่งก็จะส่งผลต่อมายังรุ่นลูกและรุ่นหลานได้ อีกสาเหตุหนึ่งก็เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตในประจำวันไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลและไขมันที่สูงเกินไป ร่วมถึงน้ำหนักตัวและความมีวินัยในการออกกำลังกายก็จะเป็นสาเหตุที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งที่จะส่งผลทำให้ฮอร์โมนอินซูลินเกิดความผิดปกติขึ้นมา

  • กรรมพันธุ์ สำหรับท่านที่มีประวัติว่าทั้งครอบครัวบรรพบุรุษเคยเป็นโรคเบาหวานมาก่อนก็มีความเสี่ยงอย่างสูงที่คุณเองก็อาจจะเกิดโรคนี้ได้ แม้ว่ากรรมพันธุ์จะเป็นสาเหตุที่เราไม่สามารถควบคุมได้แต่การดูแลตัวเองควบคุมในเรื่องของอาหารเครื่องดื่ม หลีกเลี่ยงการทานน้ำตาลในปริมาณที่สูงก็จะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้
  • ความอ้วน หรือสภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานปีหนึ่งสาเหตุสำคัญของโรคนี้ซึ่งจากรายงานทางการแพทย์พบว่าผู้ที่มีความเสี่ยงโรคเบาหวานเกินร้อยละ 80  มักจะมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานร่วมอยู่ด้วยซึ่งสาเหตุหลักก็จะเกิดจากการมีไขมันส่วนเกินในปริมาณที่สะสมมากทำให้เกิดการดื้ออินซูลินขึ้นมา
  • ตับอ่อนผิดปกติ อย่างที่ท่านได้ทราบดีอยู่แล้วว่าฮอร์โมนอินซูลินจะถูกผลิตและสร้างตามธรรมชาติในร่างกายจากตับอ่อนดังนั้นหากตับอ่อนเกิดพันธุ์ผิดปกติหรือเสื่อมสภาพก็จะทำให้กระบวนการในการผลิตฮอร์โมนอินซูลินมีปัญหาตามไปด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าบางครั้งผู้ป่วยที่มีอาการเมื่อสอบถามประวัติย้อนหลังก็พบว่ามีการดื่มเหล้าอย่างต่อเนื่อง
  • ไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะทำให้มีสุขภาพดีขึ้นและห่างไกลจากหลายๆโรค ตรงกันข้ามคนที่ไม่ออกกำลังกายก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆตามมาด้วยและโรคเบาหวานอีกหนึ่งสาเหตุที่สำคัญไม่แพ้กันคือผู้ป่วยไม่มีการออกกำลังกาย เมื่อไม่มีการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานระดับน้ำตาลในเลือดจึงสูงขึ้น

โรคเบาหวาน อาการ

โรคเบาหวาน อาการ

โรคเบาหวานอาการ ที่เกิดขึ้นหากเรามีความรู้ความเข้าใจก็สามารถจะสังเกตอาการได้ แต่โดยปกติแล้วคนทั่วไปจะใช้การตรวจเลือดที่โรงพยาบาลเพื่อดูว่าตนเองเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ สำหรับคำแนะนำของเราในเบื้องต้นเราสามารถสังเกตอาการ ตัวเองก่อนที่จะไปพบแพทย์ ลองมาดูกันว่าโรคเบาหวานอาการที่เกิดขึ้นจะมีอะไรทำให้เราสังเกตได้บ้าง

  • ปัสสาวะบ่อย ในกรณีที่ท่านสังเกตเห็นความผิดปกติของร่างกายมีการปัสสาวะบ่อยขึ้นโดยเฉพาะในเวลากลางคืนรวมถึงมีอาการกระหายน้ำอยากทานน้ำมากขึ้นอันนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณของโรคเบาหวานรูปแบบหนึ่งนั่นเพราะว่าร่างกายต้องการน้ำเพื่อนำไปขับน้ำตาลที่อยู่ในเลือดให้ออกไปทางปัสสาวะ
  • น้ำหนักลด การที่น้ำหนักตัวที่ลดลงอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีเป็นอย่างเดียว นั่นเพราะว่าน้ำหนักตัวที่ลดลงแบบผิดปกติก็จะเป็นการส่งสัญญาณของโรค จุดสังเกตให้คุณลองดูว่าภายใน 2-3 เดือนน้ำหนักลดลงอยู่ในระหว่าง 5-10 กิโลหรือไม่.. โดยที่คุณไม่ได้ออกกำลังกายอย่าหักโหมหรือใช้ตัวช่วยในการลดน้ำหนัก
  • แผลหายช้า ในกรณีที่เกิดบาดแผลขึ้นกับตัวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นแผลมีดบาดลอยถลอกหกล้มรวมถึงรอยฟกช้ำ หากสังเกตเห็นว่าแผลที่เกิดขึ้นมีอาการหายช้าให้ลองสันนิษฐานว่าคุณอาจจะมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานเนื่องจากเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นก็จะทำให้น้ำตาลไปขัดขวางการทำงานของหลอดเลือดได้นี่จึงเป็นสาเหตุของอาการบาดแผลต่างๆที่หายช้า
  • อาการหิวบ่อย หลายคนที่รู้สึกว่าตัวเองทานเก่งได้คิวอยู่ไปบ่อยบางครั้งนี่อาจจะเป็นการส่งสัญญาณบอกว่าคุณกำลังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานอยู่ก็ได้เพราะคนที่เป็นโรคเบาหวานมักจะหิวบ่อยกินจุกจิกสาเหตุก็มาจากเมื่อน้ำตาลในเลือดต่ำลงร่างกายจึงต้องการอาหารมากขึ้นเพื่อที่จะไปช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดร่างกายจึงส่งสัญญาณบอกว่าหิวนั่นเอง
  • อ่อนเพลีย อารมณ์ขึ้นขึ้นลงลง อาการฉุนเฉียวง่าย การที่สภาวะอารมณ์ไม่คงที่รวมถึงร่างกายมีอาการอ่อนเพลียแม้ว่าจะนอนหลับพักผ่อนเพียงพอก็ตามเป็นอีกหนึ่งอาการที่ส่งสัญญาณว่าคุณอาจกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบน้ำตาลในเลือดนั่นก็เพราะว่าระดับน้ำตาลในเลือดนั้นจะส่งผลถึงระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย
  • ปวดขาเข่า และอาการปวดข้อร่วมด้วยแล้วบางคนยังมีอาการชาและอาการปวดโดยหลัก ๆ จะมีอาการชาจากปลายเท้า ขึ้นมาจากข้างล่างต่อมาก็ปลายมือแล้วค่อยตามมาที่บริเวณข้อมือข้อศอกเป็นต้น ความรู้สึกจะเหมือนกับมดไต่กัดเจ็บแสบคันคัน
  • มีอาการตาพร่ามัว และอาการมองเห็นภาพไม่ชัดโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งบางคนจะเรียกว่าอาการโรคเบาหวานขึ้นตา
  • อาการของผิวหนังแห้งตกสะเก็ดและคันตามลำตัวถ้าเป็นกลุ่มผู้หญิงก็อาจมีอาการคันตามปากช่องคลอดร่วมด้วย
  • เป็นฝีตามตัว ผู้ที่มีอาการของโลกฝีที่เกิดขึ้นตามตัวและที่สำคัญยังเป็นอยู่ไปบ่อยก็อาจจะเป็นการส่งสัญญาณความเสี่ยงอีกรูปแบบหนึ่งที่คุณต้องระวัง

เหล้านี้เป็นอาการในเบื้องต้นที่คุณสามารถสังเกตอาการโรคเบาหวานได้ด้วยตัวเองโดยดูว่าอาการต่างๆที่กล่าวมานั้นคุณมีความเสี่ยงอยู่กี่ข้อหากมากกว่า 3 ข้อขึ้นไปแนะนำควรเข้าไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเลือดและจะได้ทราบว่าคุณกำลังเป็นโรคเบาหวานอยู่หรือไม่เพื่อที่จะได้ทราบวิธีการดูแลตัวเองและคำแนะนำจากแพทย์ ยังต้องเกี่ยวกับโรคนี้

โรคเบาหวาน อาการ

โรคเบาหวาน การรักษา

แม้ว่าทางการแพทย์จะมีการกล่าวออกมาแล้วว่าโรคเบาหวานการรักษานั้นจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ผู้ป่วยก็ยังสามารถรักษาอาการเพื่อบรรเทาและควบคุมความรุนแรงและการแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ ได้สำหรับโรคเบาหวานการรักษา และในปัจจุบันก็จะมีการแบ่งการรักษาออกเป็น 2 แบบด้วยกัน คือ

1.การรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน

การรักษาในแนวทางแพทย์แผนปัจจุบันจะเป็นการเข้าไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและอาการของโรคต่างๆเพื่อดูความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้นซึ่งแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและการวินิจฉัยของแพทย์ ซึ่งโดยปกติแล้วจะแบ่งการรักษาออกเป็นการรับประทานยา และอีกแบบหนึ่งคือการฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนั้นก็จะมีการรักษาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น แผลที่เท้า อาการคันตกสะเก็ดของผิวหนัง

2.การรักษาด้วยสมุนไพรและธรรมชาติบำบัด

แนวทางในการรักษาโรคเบาหวานด้วยสมุนไพรบำบัดหรือการแพทย์แผนโบราณเรียกอีกแบบหนึ่งได้ว่าการรักษาแบบ ธรรมชาติบำบัด ซึ่งแนวทางในการรักษาแบบนี้จะใช้เวลาในการรักษาพอสมควรแบบค่อยๆเป็นและค่อย ๆ ไปซึ่งจะเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการระยะเริ่มแรกและไม่ปรากฏแสดงอาการที่รุนแรง ซึ่งโดยปกติแล้วก็ยังต้องรักษาด้วยแนวทางนี้พร้อมกลับการทานยาหรือการฉีดอินซูลิน ควบคู่กับการทานอาหารเสริมที่มีสรรพคุณช่วยแก้อาการเบาหวาน

  • การรักษาแบบธรรมชาติบำบัด จะอาศัยการดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองเพิ่มมากขึ้นซึ่งประกอบไปด้วยการควบคุมอาหาร ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการเลือกรับประทานอาหารในแต่ละมื้อที่ต้องมีการควบคุมความหวาน รวมถึงทานผักผลไม้ที่มีสรรพคุณในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
  • การออกกำลังกาย อีกหนึ่งทางเลือกแบบธรรมชาติบำบัดใช้การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อทำให้ร่างกายฟื้นตัวการออกกำลังกายจะช่วยทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานและน้ำตาลในเลือดทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงและกลับสู่สภาวะปกติ
  • ลดความเครียด การที่ร่างกายของคนเราเกิดความเครียดความวิตกกังวลต่างๆก็จะส่งผลให้เกิดสภาวะน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นดังนั้นการทำจิตใจให้เบิกบานไม่ต้องคิดมากก็จะเป็นอีกวิธีการช่วยบรรเทาอาการและความเสี่ยงของโรคเบาหวาน

สมุนไพรแก้เบาหวาน

ในส่วนของสมุนไพรรักษาเบาหวาน งั้นก็จะมีอยู่หลายชนิดด้วยกันแต่แนวทางในการใช้สมุนไพรรักษาอาการของโรคนี้โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นศาสตร์ของแพทย์แผนไทย ซึ่งตามศาสตร์ของแพทย์แผนไทยจะให้ความหมายของอาการโรคเบาหวานว่า “น้ำมูตร” เสีย ซึ่งหมายถึงอาการที่ปัสสาวะเสียเพราะสาเหตุจากตับอ่อนเสื่อมสภาพหรือไม่ทำงานซึ่งทำให้พลังงานที่ได้รับจากการทานอาหารไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเกิดสภาวะน้ำตาลตกค้างในเลือดสูง (ซึ่งตรงนี้ก็ดูจะสอดคล้องกับความหมายของแพทย์แผนปัจจุบันที่กล่าวถึงสาเหตุของโรคเบาหวาน) หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมจึงเรียกว่าโรคเบาหวาน , ทำไมถึงไม่เรียกว่าหนักหวานจึงทำให้เกิดโรค นั่นก็เพราะว่าคำว่าเบาทางการแพทย์แผนไทยจะหมายถึง “ปัสสาวะ” ดังนั้นเมื่อนำมารวมกันคำว่าเบาหวาน จึงหมายถึงปัสสาวะที่มีรสหวาน สาเหตุก็จะเกิดจากการที่มีน้ำตาลในเลือดสูงนั่นเองซึ่งแนวทางในการรักษาโรคด้วยศาสตร์ของแพทย์แผนไทยโดยใช้สมุนไพรแก้เบาหวานนั้นก็จะมีหลักง่าย ๆ ตามนี้

  • รุ หมายถึง การใช้วิธีการกำจัดของเสีย เช่น การลดระดับน้ำตาลในเลือด,การใช้แนวทางในการขจัดของเสียที่ตกค้างในตับอ่อน รวมถึงการใช้แนวทางความสะอาดของระบบทางเดินอาหารต่างๆในร่างกาย
  • ล้อม หมายถึง การรักษาและดูแลอาการข้างเคียงของโรคเบาหวาน
  • รักษา  หมายถึง การเข้าไปดูแลและรักษาสาเหตุหลักของการเกิดโรค
  • บำรุง หมายถึง การเข้าไปปรับสภาพและการดูแลร่างกายโดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับอาการของโรค

ซึ่งที่กล่าวมานั้นทางศาสตร์ของแพทย์แผนไทยจะใช้วิธีการจัดอาหารโดยในแต่ละมื้อก็จะมีการให้ผู้ป่วยทานอาหารที่ไม่เค้ม เกินไป รสไม่จัดเกินไป ไม่เป็นอาหารที่ใช้วิธีการทอดหรือผัด แต่จะใช้วิธีการต้มนึ่งแทนซึ่งในปัจจุบันก็จะมีกระแสที่เรียกกันว่าการทานอาหารคลีน จากนั้นก็จะเป็นการให้ยาซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นรูปแบบของยาสมุนไพรที่มีการใช้ส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณดีทางยาในการป้องกันและช่วยรักษาอาการของโรคเบาหวานให้ทุเลาลง เช่น

  • มะระขี้นก
  • อบเชย
  • ตำลึง
  • ชาเขียว
  • กระเทียม
  • เห็ดหลินจือ
  • สารสกัดเชียงดา
  • เจียวกู้หลาน
  • สารสกัดจากลูกใต้ใบ

ซึ่งสมุนไพรแก้เบาหวานที่ใช้กันมีทั้งรูปแบบเฉพาะตามสำนักของแพทย์แผนไทยและในรูปแบบของอาหารเสริมซึ่งแต่ละสูตรนั้นก็จะมีส่วนประกอบและกรรมวิธีในการผลิตแตกต่างกันออกไปเป็นเทคนิคเฉพาะสูตรลับเฉพาะของแต่ละที่

เบญจคุณ

การดูแลตัวเองสำหรับโรคเบาหวาน

อย่างที่เราได้ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโรคเบาหวานนั้นไม่ว่าจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์แผนไทยต่างก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ทำได้เพียงแค่บรรเทาอาการของโลกให้เป็นปกติหรือเบาบางทุเลาลงนั่นเอง ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคเบาหวานด้วยการควบคุมดูแลอาการของโรคและลดความเสี่ยงจากสาเหตุของโรคก็จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ดังนั้นการดูแลตัวเองสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานจึงมีความจําเป็นสําคัญอย่างยิ่งนอกเหนือจากการรักษาทางการแพทย์โดยทั่วไป โดยทั่วไปแล้วนั้นการดูแลตัวเองสำหรับโรคเบาหวานก็จะสามารถทำได้ง่ายสำคัญที่สุดจะเน้นในเรื่องของการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่เราต้องทานกันในชีวิตประจำวัน

  • ทานผักและผลไม้ การทานผักและผลไม้สม่ำเสมอรถจะดีต่อระบบขับถ่ายในร่างกายแต่ผักและผลไม้บางชนิดที่มีประโยชน์และสรรพคุณช่วยลดอาการเบาหวานข้อแนะนำควรทานเป็นประจำยกตัวอย่าง เช่น ตำลึงที่เรารู้จักกันดีสามารถนำมาทำเป็นแกงจืดรับประทานได้ กระเทียมก็นำมาประกอบในอาหาร หรือมะระขี้นกที่สามารถมาทานกับน้ำพริกได้ แต่ควรระวังผลไม้ที่มีรสหวาน
  • ควบคุมน้ำหนัก การพยายามดูแลร่างกายด้วยการคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยลดความเสี่ยงและอาการของโรคที่รุนแรงได้
  • ออกกำลังกาย อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย
  • พยายามอย่าให้เกิดแผล เพราะสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นจะหายช้าเพราะระดับน้ำตาลในเลือดเข้าไปขัดขวางระบบการทำงานหลอดเลือดที่เป็นสาเหตุสำคัญของการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อ
  • อย่าเครียด ความเครียดจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น

โรคเบาหวานกับการตั้งครรภ์

อีกหนึ่งปัญหาที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับผู้ที่มีปัญหาเป็นโรคเบาหวานนั่นคือ “การตั้งครรภ์” สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในขณะที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวานก็จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดสภาวะครรภ์เป็นพิษ ในขณะที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ

ความเสี่ยงโรคเบาหวานต่อมารดา

  • เกิดสภาวะเสี่ยงต่ออาการครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง
  • ความเสี่ยงต่อการเกิดสภาวะหลอดเลือดและปลายประสาทรวมถึงตา,ไต เสื่อมสภาพ
  • ความเสี่ยงของสภาวะความดันโลหิตสูงที่ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบของทางเดินปัสสาวะมารดา
  • สภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ

ความเสี่ยงโรคเบาหวานต่อทารกในครรภ์

  • ปริมาณของน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูงขึ้นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของทารกในครรภ์เช่นมีร่างกายที่ใหญ่โตกว่าทารกปกติ เสี่ยงต่อการแท้งในครรภ์ก่อนคลอด
  • มีความเสี่ยงต่อระบบการหายใจของทารกรวมถึงพัฒนาการที่ช้ากว่าปกติรวมถึงอาจมีความเสี่ยงที่ทารกไม่สามารถหายใจได้เองภายหลังจากคลอด
  • สภาวะความเสี่ยงของระดับน้ำตาลในเลือดของทารกหากต่ำลงแล้วไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบสมองทารก
  • สภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
โรคเบาหวานกับการตั้งครรภ์
ขอบคุณภาพจาก Samitivej Hospital

สำหรับคุณแม่ที่เป็นโรคเบาหวานและกำลังตั้งครรภ์สิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือการพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การมาโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คอาการอย่างสม่ำเสมอ

สรุปได้ว่าโรคเบาหวานแม้จะเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่หากมีการดูแลตัวเองอย่างดีควบคุมเรื่องอาหาร การออกกำลังกายและน้ำหนักรวมถึงการลดความเสี่ยงจากสาเหตุของการเกิดโรค ก็ถือว่าโรคเบาหวานนี้เป็นโรคที่ไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีวินัยในตัวเองรวมถึงการหมั่นสังเกตอาการของตัวเองอยู่บ่อยๆหากพบความเสี่ยงควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง

สุดท้ายนี้ขอฝากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ดีต่อผู้ที่มีปัญหาโรคเบาหวานและความดันผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากสารสกัดธรรมชาติคุณภาพของ 5 ชนิด เบญจกุล สุดยอดของนวัตกรรมธรรมชาติบำบัดช่วยในเรื่องของเบาหวานหัวใจความดันโรคไตและมะเร็ง ดีท็อกตับ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยล้างสารพิษล้างพิษในตับผลิตภัณฑ์ นมผึ้ง  ช่วยควบคุมการเก็บน้ำตาลและปรับสมดุลน้ำตาลในร่างกาย

Submit your review
1
2
3
4
5
Submit
     
Cancel

Create your own review

วันเดอร์ฟูลไลฟ์
Average rating:  
 1 reviews
by ไพบูรณ์ โคกขาม on วันเดอร์ฟูลไลฟ์
ขอบคุณมากครับสำหรับทความดี ๆ

เข้าใจเกี่ยวกับโรคมากขึ้น