น้ํามันตับปลา

น้ำมันตับปลา (Cod liver oil) และน้ำมันปลา (Fish oil) 2 ตัวนี้จะไม่เหมือนกันนะคะทั้งส่วนที่สกัดน้ำมันได้มา ทั้งสรรพคุณประโยชน์ที่ได้รับจากการทาน โดยทั่ว ๆ ไปแล้วหากพูดถึงวิตามินและอาหารเสริมสุขภาพ สำหรับคนทั่วไปก็จะนึกถึงวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามินซี บี อี เป็นต้น รองลงมาที่ดูจะคุ้นหูเราขึ้นมาอีกสักหน่อยก็ คือ น้ํามันตับปลา+น้ํามันปลา !! แต่ทราบไหมคะว่า 2 ตัวนี้ น้อยคนนักที่จะทราบถึงความแตกต่างกัน

น้ํามันตับปลา

น้ํามันตับปลาสรรพคุณ

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า น้ํามันตับปลากับน้ํามันปลา จะไม่เหมือนกันนะคะ เดี๋ยวมาดูกันว่าต่างกันอย่างไร ก่อนอื่นในส่วนนี้ขออธิบายถึง น้ํามันตับปลา ก่อนเป็นส่วนแรก ….. โดยเรามักจะได้ยินและคุ้นหูกันมานานมากแล้วเกี่ยวกับอาหารเสริมตัวนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะได้ยินควบคู่กับ ดีเอชเอ ( DHA ) แต่พอพูดถึงลงรายละเอียดถึงคุณสมบัติสรรพคุณ ต่าง ๆ เรามักจะนึกกันไม่ออก ดังนัั้นตอนนี้เรามาศึกษาข้อมูลและลงรายละเอียดกันเลยดีกว่า

น้ํามันตับปลาสรรพคุณ

น้ำมันตับปลา (Cod liver oil)

นั้นจะได้มากจากน้ำมันที่สกัดมาจากตับของปลาทะเล เช่น ปลาฉลาม ปลาเฮอร์ริ่ง ปลาคอดและปลาแฮลิบัท เป็นต้น โดยส่วนใหญ่ที่เราพบเจอนั้นจะอยู่ในรูปของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ ก็จะพบเจอได้หลายรูปแบบแล้วแต่ทางผู้ผลิต เช่น รูปแบบของ แคปซูลเป็นเม็ด หรือแบบบรรจุของเหลวลงแคปซูลที่เรียกกันว่า ซอฟเจล นอกจากนี้บางยี่ห้อยังผลิตแบบน้ำบรรจุลงขวดเวลาทานก็เทใส่ช้อนชาทาน เป็นต้น  !!

น้ำมันตับปลา หากทานเข้าไปในปริมาณที่พอเหมาะก็จะเกิดประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างมาก ตรงกันข้ามหากทานเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไปก็จะทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น กัน  น้ํามันตับปลาสรรพคุณนั้นก็จะมีอยู่หลายอย่างโดยหลัก ๆ จะเน้นเรื่องของการเสริมสร้างกระดูกและบำรุงสุขภาพ ซึ่งส่วนประกอบหลัก ๆ ที่สำคัญ นั้นก็ คือ วิตามินเอ (Vitamin A) และวิตามินดี (Vitamin D) ซึ่งจะมีอยู่เป็นจำนวนมาก

วิตามิน

สรรพคุณ

  • ช่วยสร้างการเจริญเติบโตของกระดูกรวมถึงฟัน เพราะวิตามิน D ส่งเสริมการทำงานของแคลเซียมและธาตุฟอสฟอรัส
  • ต่อเนืองจากสรรพคุณข้อแรก ยังช่วยเรื่องโรคกระดูกอ่อนในเด็กและโรคกระดูกพรุนวัยชรา
  • อีก 1 สรรพคุณคือช่วยรักษาโรคเยื่อบุตาอักเสบแก้ได้ด้วย
  • ช่วยปรับสมดุลของไขมันในร่างกายเราได้อย่างดีมาก
  • มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) ปกป้องผิวหนังไม่ให้แก่ก่อนวัยสุขภาพผิวพรรณดี
  • มีส่วนช่วยในการขับสารพิษในร่างกาย
  • มีส่วนช่วยในการสมานแผลและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • มีส่วนกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานดีขึ้น
  • ช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้นสำหรับผู้ป่วยด้วยวิตามินเอที่ได้จากน้ำมัน
  • บรรเทาอาการปวดข้อ ปวดกระดูก
  • สามารถใช้ร่วมกันกับการรักษาโรคมะเร็ง ฆ่าเชื้อเซลล์มะเร็งและยังมีส่วนช่วยลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

โทษและผลเสีย

โดยทั่ว ๆ ไปแล้วผู้ที่เหมาะรับประทาน คือ วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ แต่จะมีข้อระมัดระวังในการรับประทาน และกลุ่มคนที่ห้ามทานเพราะจะส่งผลเสียต่อร่างกาย

  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ !! ห้ามรับประทานเด็ดขาดเพราะจะมีปริมาณวิตามินเออยู่สูง อาจส่งผลต่อเด็กในครรภ์ได้
  • ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือตรวจโรคเกี่ยวกับเกร็ดเลือด ต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบและงดรับทาน 10 วันก่อนผ่าตัดหรือพบแพทย์ เพราะการทานอานหารเสริมชนิดนี้ ต่อเนื่องจะส่งผลต่อระบบเกร็ดเลือด เมื่อผ่าตัดอาจทำให้เลือดไม่หยุดไหลหรือเลือดออกมากกว่าปกติ
  • ผู้ป่วยที่รับยากลุ่ม Thiazide (ไทอะไซด์) ซึ่งเป็นกลุ่มยาขับปัสสาวะ .. !! ห้ามทาน
  • สำหรับผู้ที่ได้รับงน้ำมันตับปลา เข้าไปในร่างกายมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกายทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ เช่น ปวดศีษระ อาเจียน รู้สึกหิวน้ำบ่อย ปัสสวะบ่อย เป็นต้น

น้ํามันปลา

น้ํามันปลา

จากที่เราได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันตับปลาไปแล้วว่าทำมาจากอะไร สรรพคุณข้อดีและข้อเสีย ต่อมาในหัวข้อนี้เราจะมาพูดถึงน้ํามันปลากันบ้าง  !! จริง ๆ แล้ว ชื่อเรียกก็ดูจะไม่ได้แตกต่างกันมาออกจะคล้าย ๆ เหมือนกันเลยด้วยซ้ำแค่ต่างตรงมีคำว่า “ตับ” หายไปแค่นั้นเอง ….

น้ำมันปลา (Fish oil)

จะได้มาจากส่วนอื่น ๆ ของปลาที่ไม่ใช่ตับ ได้แก่ หัวปลา หาง เนื้อและหนัง จะพบได้ในรูปแบบของอาหารเสริมเหมือนกันทั้งแบบเม็ดและแบบน้ำ นอกจากจะแตกต่างกันในเรื่องของส่วนที่ได้จากการสกัดน้ำมันจากปลาแล้ว ในเรื่องของสรรพคุณและประโยชน์ก็แตกต่างกันด้วย เพราะน้ำมันปลานั้นจะประกอบไปด้วยโอเมก้า 3 (Omega -3) และโอเมก้า 6 (Omega -6) ที่แตกต่างกันกับ Cod liver oil ทีจะมีวิตามินเอและดีสูง

สรรพคุณ

  • ช่วยชำระล้างหลอดเลือดทำให้ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดตีบตันได้
  • ช่วยบำรุงสมองและระบบเซลล์ประสาทด้วยโอเมก้าที่มีอยู่สูงมาก
  • ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้นเรียนรู้ได้เร็ว

โทษและผลเสีย

  • หากได้รับน้ำมันปลา เข้าไปมากเกินไปสมำเสมอก็จะมีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคหลอดเลือดบางได้

สำหรับท่านที่สนใจเรืิ่องของกรดไขมันจำเป็นในน้ำมันปลาอย่างโอเมก้า (Omega ) ก็สามารถดูเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้ในส่วนของ DHA เพราะจะอธิบายถึงประโยชน์และสรรพคุณไว้อย่างครบถ้วน .

Pure Squalene Tasmanian

หลังจากทราบถึงแหล่งที่มาและประโยชน์สรรพคุณของ Cod liver oil ,Fish oil ทั้ง 2 ตัวอย่างดีแล้ว …!! ในส่วนนี้จะเป็นส่วนขายของ สำหรับแอดมินละ 555

ทางเราเป็นดีลเลอร์ตัวแทนใหญ่ของบริษัทนำเข้าวิตามินและอาหารเสริมภายใต้ Auswelllife ซึ่งเป็นสินค้าผลิตและนำเข้าจากประเทศออสเตเรียซึ่งจะมีวิตามินอาหารเสริมหลายตัวให้เลือก สำหรับน้ำมันตับปลาทางเราจะมีสินค้ายี่ห้อ  Pure Squalene Tasmanian ซึ่งเป็นน้ำมันตับปลาฉลามน้ำลึกทีมีคุณสมบัติดีกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ในท้องตลาดขณะนี้

Pure Squalene Tasmanian

น้ํามันตับปลาฉลาม

น้ํามันตับปลาฉลาม  Pure Squalene Tasmanian นั้นดีกว่าปลาอื่น ๆ ยังไง ทำไมหากสนใจสั่งซื้อไปทานบำรุงร่างกายต้องเลือก  Pure Squalene Tasmanian ? 

น้ํามันตับปลาฉลาม

แน่นอนเลยคะทางแอดมินจะพบเจอคำถามนี้จากลูกค้าที่ทักเข้ามา …. ว่าทำไม ดีอย่างไร !!!  ดังนั้นทางแอดมินขอนำข้อดีของ Pure Squalene Tasmanian มาอธิบายให้ท่านได้ทราบกันนะคะ ..

  • ฉลาม  Tasmanian จะเป็นฉลามน้ำลึกเมื่อต้องอยู่ในน้ำลึกทีมีออกซิเจนน้อยจึงทำให้ร่างกายฉลามต้องผลิตออกซิเจนไปเลี้ยงระบบต่าง ๆ ของร่างกายในปริมาณที่มากกว่าปลาอื่น ๆ จึงทำให้ Squalene (สารธรรมชาติที่สามารถพบได้ทั้งพืชและสัตว์ ประโยชน์คือควบคุมการทำงานของระบบฮอร์โมน) ของปลาฉลาม  Tasmanian นั้นมีอยู่สูงมากถึง 85% เมื่อเทียบกับพืชสัตว์หรือฉลามตระกูลอื่น ๆ จึงทำให้วิตามินต่าง ๆ จะสูงกว่าปลาอื่น ๆ มากนั้นเอง
  • ฉลาม  Tasmanian จะอาศัยและหากินอยู่ในน้ำลึก ดังนั้นจะปลอดภัยจากสารโลหะหนักปรอทเจือปน ต่างจากปลาทั่วไปที่หากินน้ำตื้น ก็จะมีความเสี่ยงจากโลหะหนักปรอทสารพิษที่ไหลลงทะเลจากโรงงานอุตสาหกรรมและน้ำทิ้งชุมชน
  • ผลิตจากประเทศออสเตเรียได้รับ อ.ย มีความปลอดภัยสูงมาก

ประโยชน์

ซื้อเลย

Submit your review
1
2
3
4
5
Submit
     
Cancel

Create your own review

วันเดอร์ฟูลไลฟ์
Average rating:  
 1 reviews
by คนเมืองพล on วันเดอร์ฟูลไลฟ์
ยังไม่ได้ซื้อแต่ประทับการให้บริการครับ

ถามคำถามหลายอย่างได้คำตอบและการดูแลดีจากแอดมินครับ แต่ติดปัญหารอเงินสิ้นเดือนก่อน